ชุมพร เทพพิทักษ์
ย้อนกลับไปดูท่านอื่น
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ชุมพร เทพพิทักษ์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๕๔ ณ ลานดารา
ประวัติผลงานของชุมพร เทพพิทักษ์
 
ชุมพร เทพพิทักษ์ มีชื่อจริงว่า คมสัน เทพพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ที่ จ.ชุมพร หลังเรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๖  เขาได้ขึ้นมาใช้ชีวิตในกรุงเทพ ตามความใฝ่ฝันในวัยเด็ก โดยได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวายในขณะนั้น  แต่โชคชะตากลับพลิกผัน  เมื่อเขาเกิดมีเรื่องทะเลาะวิวาท ถึงกับต้องโทษจำคุก  และปิดฉากชีวิตวัยเรียนไปโดยปริยาย
 
ในเรือนจำ  เขาได้มีโอกาสรู้จักคุ้นเคยกับ ลือชัย นฤนาท พระเอกตุ๊กตาทองคนแรกของไทย ที่ต้องโทษในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน  เมื่อทั้งคู่พ้นโทษ  เขาจึงได้รับการชักชวนจากลือชัย  ให้เข้ามาสู่วงการภาพยนตร์ กับค่ายสหการภาพยนตร์ไทย  ของ ปริญญา ทัศนียกุล หรือ “เสี่ยปิง” ผู้สร้างหนังชื่อดังในยุคนั้น  และเป็นผู้ตั้งชื่อในการแสดงให้เขาใหม่ว่า “ชุมพร เทพพิทักษ์” 
 
ด้วยใบหน้าที่ละม้ายกับประจวบ ฤกษ์ยามดี  นักแสดงเจ้าของฉายา “ดาวร้ายผู้น่ารัก” ชุมพรจึงได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกด้วยการรับบทเป็นผู้ร้ายแทนประจวบซึ่งไม่สามารถมาเข้าฉาก ในเรื่อง  คมแสนคม   ได้  ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในปี พ.ศ. ๒๕๐๗   นับจากนั้น ชื่อ ชุมพร เทพพิทักษ์ ก็กลายเป็นชื่อที่คุ้นตาบนใบปิดหนังไทย โดยได้รับบทสมทบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบทเพื่อนพระเอก บทร้าย หรือบทตลก  จนกลายเป็นดาราคิวชุกอีกคนหนึ่งวงการ  นอกจากนี้ยังมีผลงานเป็นพระเอกในละครโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง
 
ประสบการณ์ในวงการภาพยนตร์ ทำให้ชุมพรเริ่มสนใจงานด้านการกำกับ  โดยค่อย ๆ เริ่มฝึกฝนเรียนรู้แบบครูพักลักจำจากผู้กำกับยอดฝีมือที่ได้ร่วมงาน เช่น ครูเนรมิต (อำนวย กลัสนิมิ), รังสี ทัศนพยัคฆ์, ส.อาสนจินดา, วิจิตร คุณาวุฒิ ฯลฯ   ปี พ.ศ. ๒๕๑๑  ชุมพรได้ทดลองฝีมือการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก คือ แม่นาคคะนองรัก  ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียวที่เขารับบทเป็นพระเอกอย่างเต็มตัวอีกด้วย  แต่เมื่อออกฉาย กลับใช้ชื่อผู้กำกับเป็น เสน่ห์ โกมารชุน โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า หากใช้ชื่อเขาเป็นผู้กำกับอาจจะไม่มีคนมาดู
 
ปี พ.ศ. ๒๕๑๙  หลังได้รับการสนับสนุนจาก สมบัติ เมทะนี พระเอกชื่อดังผู้ที่เคยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่อุเทนถวาย ชุมพรก็เริ่มตั้งหลักในเส้นทางการผู้กำกับอย่างเต็มตัว โดยเริ่มจากผลงานเรื่อง  สามหัวใจ และ ปูลม  ต่อมา เขาได้รับโอกาสให้กำกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ลงทุนกว่า ๕ ล้านบาท เรื่อง แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู ออกฉายในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในเวทีการประกวด โดยสามารถคว้ารางวัลพระราชทานพระสุรัสวดีได้ ถึง ๔ รางวัล คือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ออกแบบและสร้างฉากยอดเยี่ยม,  ถ่ายภาพยอดเยี่ยม  และกำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม อันถือเป็นเกียรติยศชิ้นสำคัญที่ประกาศให้เห็นถึงฝีมือด้านการกำกับของเขาได้เป็นอย่างดี
 
หลังผ่านประสบการณ์บนเส้นทางสายภาพยนตร์มาอย่างโชกโชนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ตลอดระยะเวลากว่าสี่สิบปี  ชุมพร เทพพิทักษ์ก็มีผลงานภาพยนตร์รวมกันร่วม ๒๐๐ เรื่อง  เรื่องที่โดดเด่น อาทิ เพชรตัดเพชร (๒๕๐๙), คนเหนือคน (๒๕๑๐)  ตาลเดี่ยว (๒๕๑๒) 7 สิงห์คืนถิ่น (๒๕๑๓)  กระสือสาว (๒๕๑๖) นักเลงป่าสัก (๒๕๑๘) แหม่มจ๋ (๒๕๑๘)  ทางเสือผ่าน (๒๕๒๐) สิงห์สั่งป่า (๒๕๒๑) ปลากริมไข่เต่า (๒๕๒๕) มนต์เพลงรัก (๒๕๓๓) บางระจัน (๒๕๔๓) ฯลฯ   นอกจากนี้ เขายังได้สร้างทายาทที่มีความสามารถด้านการแสดง และก้าวขึ้นมาเป็นถึงระดับพระเอกแถวหน้าคนหนึ่งของวงการ นั่นคือ ศรราม เทพพิทักษ์

SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 32568 ออนไลน์ 86