อภิรดี ภวภูตานนท์
ย้อนกลับไปดูท่านอื่น
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๖๑ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๖๑ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๖๑ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๖๑ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๖๑ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๖๑ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๖๑ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๖๑ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๖๑ ณ ลานดารา
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เดินทางมาประทับรอยมือ รอยเท้า เป็นดาวดวงที่ ๑๖๑ ณ ลานดารา

อภิรดี ภวภูตานนท์  เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๘  ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น เธอเริ่มมีผลงานถ่ายแบบโฆษณา จนเป็นที่สะดุดตาของนักปั้นดารามือทอง จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร เจ้าของบริษัทภาพยนตร์ “จิรบันเทิงฟิล์ม” ซึ่งหวังปลุกปั้นให้เธอก้าวขึ้นเป็นดาวดวงใหม่ประดับวงการภาพยนตร์ไทย 

 

ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เธอได้รับโอกาสคือ แม่หัวลำโพง ภาพยนตร์แนวบู๊ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในยุคนั้น จากนางแบบวัยใส รูปร่างบอบบาง จึงต้องผันตัวเข้าไปฝึกซ้อมทักษะการต่อสู้กับครูฝึกมืออาชีพ เพื่อมารับบทเป็นสาวสลัมผู้คอยขัดขวางอิทธิพลเถื่อน โดยได้ประกบคู่กับ สรพงศ์ ชาตรี  พระเอกยอดนิยมแห่งยุค 
 
เมื่อออกฉายในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ฝีมือการแสดงและบทบู๊ที่เฉียบขาดของนางเอกหน้าใหม่ ก็ส่งผลให้ชื่อของ อภิรดี ภวภูตานนท์ กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว และมีผลงานภาพยนตร์ทำนองนี้ออกมามากมายในช่วงเริ่มต้นอาชีพนักแสดง เช่น อั้งยี่ (๒๕๒๖) อีสาวเมืองสิงห์ (๒๕๒๖) ป่าเดือด (๒๕๒๗) ชุมแพ ภาค ๒ (๒๕๒๗)  ลำพูนดำ (๒๕๒๗)  ไอ้งูเห่า (๒๕๒๘) สาวลมกรด (๒๕๒๘) สู้สะท้านเมือง (๒๕๒๘) เป็นต้น นอกจากนี้ เธอได้ยังไปร่วมงานเป็นนางเอกให้แก่ ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ของวงการ  ใน เงิน เงิน เงิน (๒๕๒๖) และ เพชรตัดเพชร (๒๕๒๗) ซึ่งเป็นการนำภาพยนตร์เรื่องดังในอดีตกลับมาสร้างใหม่
 
ผลงานหนังบู๊จำนวนมากส่งผลให้เธอขึ้นแท่นป็นราชินีนักบู๊อีกคนหนึ่งของวงการ กระทั่งเมื่อ พิศาล อัครเศรณี พระเอกและผู้กำกับชื่อดัง ได้ชักชวนให้เธอมารับบทร้ายในหนังแนวเข้มข้นเชือดเฉือนอารมณ์ตามที่เขาถนัด เรื่อง อุ้งมือมาร ออกฉายในปี พ.ศ. ๒๕๒๙  ภาพลักษณ์ของเธอก็ค่อย ๆ เปลี่ยนจากนักบู๊กลายเป็นตัวร้ายไปโดยปริยาย จากการได้รับบทบาทแนวเดียวกันนี้ตามมาอีกหลายเรื่อง อาทิ สะใภ้ (๒๕๒๙) พิศวาสซาตาน (๒๕๒๙) สะใภ้เถื่อน (๒๕๓๐) เมียหมายเลข ๑ (๒๕๓๐) ฉันรักผัวเขา (๒๕๓๐) เรือมนุษย์ (๒๕๓๑) เป็นต้น รวมทั้งยังส่งผลให้เธอได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขาผู้แสดงประกอบฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง ภุมรีสีทอง (๒๕๓๐) และ ดาวร้ายหญิงยอดเยี่ยม จากเรื่อง คนกลางเมือง (๒๕๓๑) อีกด้วย 
 
เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ ๒๕๓๐ อภิรดี ภวภูตานนท์ ได้เริ่มเข้าไปโลดแล่นสร้างสีสันในวงการโทรทัศน์ และประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลงานภาพยนตร์ของเธอค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงไปตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังมีผลงานภาพยนตร์ประดับวงการไว้มากมายกว่า ๖๐ เรื่อง โดยผลงานที่โดดเด่นในช่วงหลังได้แก่ คำพิพากษา (๒๕๓๒) แม่เบี้ย (๒๕๓๒) รวมทั้งยังได้มีส่วนร่วมในสองภาคแรกของภาพยนตร์ระดับปรากฏการณ์ของประเทศ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตอน องค์ประกันหงสา (๒๕๕๐) และ ประกาศอิสรภาพ (๒๕๕๐) ซึ่งนับเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเธอ
 

SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 32544 ออนไลน์ 62