ส่วนรางวัลรัตน์ เปสตันยี ปีนี้ถือเป็นปีที่กรรมการและคนดูบอกว่าเป็น “สายแข็ง” เมื่อผลงานที่เข้ารอบสุดท้ายกว่าครึ่งเป็นผลงานของผู้กำกับที่เคยได้รับรางวัลจากเทศกาลมาแล้วทั้งสิ้น หลายคนก็เคยกำกับหนังใหญ่มาแล้วด้วย สุดท้าย ภาพยนตร์เรื่อง อาณาจักร ผลงานของ เอกลักษณ์ มาลีทิพย์วรรณ เป็นม้ามืดคว้ารางวัลรัตน์ เปสตันยี ไปครอง ด้วยเนื้อหาที่เหมือนจะคาดเดาได้ มาพร้อมกับบทสรุปที่สร้างความเหวอแต่ก็กินใจคนดูได้ไปพร้อมๆ กัน
ส่วนรางวัลดุ๊ก ที่มอบให้แก่ภาพยนตร์สารคดี ผลงานของณัฐศักดิ์ วีระนรพานิช นักศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรื่อง Nyob Zoo (Hello) ซึ่งเราถึงวัฒนธรรมทางภาษาของชาวม้งที่กำลังถูกกลืนกินโดยวัฒนธรรมหลัก และ รางวัลปยุต เงากระจ่าง ที่มอบให้กับผลงานอนิเมชั่นปีนี้ ผลงานเรื่อง หนูนุ้ย ของจรรยา เหตะโยธิน นักเรียนไทยในอังกฤษ ที่ผสมผสานตัวละครไอ้เทิ่งจากหนังตะลุงกับเนื้อหาเชิงทดลองได้อย่างลงตัว
ส่วนรางวัลรัตน์ เปสตันยี หนังสั้นต่างประเทศยอดเยี่ยม ผลงานของเรื่อง Childhood Has Gone ผลงานการกำกับของผู้กำกับจีนรุ่นใหม่ Zhao Shou Wei คว้ารางวัลไป โดยแม้เจ้าตัวจะไม่ได้มารับรางวัล แต่ก็ได้ฝากข้อความขอบคุณสำหรับรางวัล และเรียกร้องให้คนทำหนังเห็นความสำคัญของหนังในฐานะสื่อที่สามารถถ่ายทอดความจริงในสังคม โดยข้ามเขตแดนของกฎระเบียบที่จำกัดสิทธิเสรีภาพ
นอกจากนี้หลังจากพิธีประกาศรางวัลแล้ว ได้มีการรับมอบภาพยนตร์สั้นของไทยทั้งหมดที่ได้เคยส่งประกวดในงานเทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ ๑ เมื่อปี ๒๕๔๐ จนถึงปีปัจจุบัน ให้แก่หอภาพยนตร์ เพื่อให้หอภาพยนตร์นำไปอนุรักษ์ เพื่อให้สามารถนำมาให้บริการสำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาได้ต่อไปในอนาคตอีกด้วย