ชุมพร เทพพิทักษ์
ชุมพร เทพพิทักษ์ มีชื่อจริงว่า คมสัน เทพพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ที่ จ.ชุมพร หลังเรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เขาได้ขึ้นมาใช้ชีวิตในกรุงเทพ ตามความใฝ่ฝันในวัยเด็ก โดยได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวายในขณะนั้น แต่โชคชะตากลับพลิกผัน เมื่อเขาเกิดมีเรื่องทะเลาะวิวาท ถึงกับต้องโทษจำคุก และปิดฉากชีวิตวัยเรียนไปโดยปริยาย
ในเรือนจำ เขาได้มีโอกาสรู้จักคุ้นเคยกับ ลือชัย นฤนาท พระเอกตุ๊กตาทองคนแรกของไทย ที่ต้องโทษในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อทั้งคู่พ้นโทษ เขาจึงได้รับการชักชวนจากลือชัย ให้เข้ามาสู่วงการภาพยนตร์ กับค่ายสหการภาพยนตร์ไทย ของ ปริญญา ทัศนียกุล หรือ “เสี่ยปิง” ผู้สร้างหนังชื่อดังในยุคนั้น และเป็นผู้ตั้งชื่อในการแสดงให้เขาใหม่ว่า “ชุมพร เทพพิทักษ์”
ด้วยใบหน้าที่ละม้ายกับประจวบ ฤกษ์ยามดี นักแสดงเจ้าของฉายา “ดาวร้ายผู้น่ารัก” ชุมพรจึงได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกด้วยการรับบทเป็นผู้ร้ายแทนประจวบซึ่งไม่สามารถมาเข้าฉาก ในเรื่อง คมแสนคม ได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ นับจากนั้น ชื่อ ชุมพร เทพพิทักษ์ ก็กลายเป็นชื่อที่คุ้นตาบนใบปิดหนังไทย โดยได้รับบทสมทบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบทเพื่อนพระเอก บทร้าย หรือบทตลก จนกลายเป็นดาราคิวชุกอีกคนหนึ่งวงการ นอกจากนี้ยังมีผลงานเป็นพระเอกในละครโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง
ประสบการณ์ในวงการภาพยนตร์ ทำให้ชุมพรเริ่มสนใจงานด้านการกำกับ โดยค่อย ๆ เริ่มฝึกฝนเรียนรู้แบบครูพักลักจำจากผู้กำกับยอดฝีมือที่ได้ร่วมงาน เช่น ครูเนรมิต (อำนวย กลัสนิมิ), รังสี ทัศนพยัคฆ์, ส.อาสนจินดา, วิจิตร คุณาวุฒิ ฯลฯ ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ชุมพรได้ทดลองฝีมือการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก คือ แม่นาคคะนองรัก ซึ่งนับเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียวที่เขารับบทเป็นพระเอกอย่างเต็มตัวอีกด้วย แต่เมื่อออกฉาย กลับใช้ชื่อผู้กำกับเป็น เสน่ห์ โกมารชุน โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า หากใช้ชื่อเขาเป็นผู้กำกับอาจจะไม่มีคนมาดู
ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ หลังได้รับการสนับสนุนจาก สมบัติ เมทะนี พระเอกชื่อดังผู้ที่เคยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่อุเทนถวาย ชุมพรก็เริ่มตั้งหลักในเส้นทางการผู้กำกับอย่างเต็มตัว โดยเริ่มจากผลงานเรื่อง สามหัวใจ และ ปูลม ต่อมา เขาได้รับโอกาสให้กำกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ลงทุนกว่า ๕ ล้านบาท เรื่อง แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู ออกฉายในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในเวทีการประกวด โดยสามารถคว้ารางวัลพระราชทานพระสุรัสวดีได้ ถึง ๔ รางวัล คือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ออกแบบและสร้างฉากยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม และกำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม อันถือเป็นเกียรติยศชิ้นสำคัญที่ประกาศให้เห็นถึงฝีมือด้านการกำกับของเขาได้เป็นอย่างดี
หลังผ่านประสบการณ์บนเส้นทางสายภาพยนตร์มาอย่างโชกโชนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ตลอดระยะเวลากว่าสี่สิบปี ชุมพร เทพพิทักษ์ก็มีผลงานภาพยนตร์รวมกันร่วม ๒๐๐ เรื่อง เรื่องที่โดดเด่น อาทิ เพชรตัดเพชร (๒๕๐๙), คนเหนือคน (๒๕๑๐) ตาลเดี่ยว (๒๕๑๒) 7 สิงห์คืนถิ่น (๒๕๑๓) กระสือสาว (๒๕๑๖) นักเลงป่าสัก (๒๕๑๘) แหม่มจ๋า (๒๕๑๘) ทางเสือผ่าน (๒๕๒๐) สิงห์สั่งป่า (๒๕๒๑) ปลากริมไข่เต่า (๒๕๒๕) มนต์เพลงรัก (๒๕๓๓) บางระจัน (๒๕๔๓) ฯลฯ นอกจากนี้ เขายังได้สร้างทายาทที่มีความสามารถด้านการแสดง และก้าวขึ้นมาเป็นถึงระดับพระเอกแถวหน้าคนหนึ่งของวงการ
นั่นคือ ศรราม เทพพิทักษ์
ศรราม เทพพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ โดยชื่อของเขานั้นตั้งมาจากชื่อพระเอกในภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งนุช (๒๕๑๔) ที่ชุมพรร่วมแสดง ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ศรรามเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการรับบทเป็นพระเอกละครโทรทัศน์ ด้วยอายุเพียง ๑๘ ปี ปีถัดมา พ.ศ. ๒๕๓๖ เขาได้แสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรก โดยมีภาพยนตร์ออกฉายในปีเดียวกัน ถึง ๓ เรื่อง คือ แดดร้อนลมแรง ความรักกำลังจะมา, ฉันหรือเธอที่เผลอใจ และ ฮัลโหล ขอรบกวนหน่อยนะ โดยเรื่องหลังสุดนั้น เป็นผลงานการกำกับของคุณพ่อชุมพร โดยที่ตัวเขาเองมีส่วนร่วมในการสร้าง
ท่ามกลางกระแสความนิยมในตัวนักแสดงวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มมีขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ ๒๕๓๐ ศรรามนับเป็นดาราวัยรุ่นที่ได้รับความนิยมและโด่งดังมากที่สุดคนหนึ่ง มีผลงานมากมายทั้งการเป็นนักร้องและนักแสดง กล่าวเฉพาะงานด้านภาพยนตร์ที่โดดเด่นในช่วงนี้ได้แก่ แบบว่าโลกนี้ มีแต่น้ำเต้าหู้และครูระเบียบ (๒๕๓๗), ฝันติดไฟ หัวใจติดดิน (๒๕๔๐) และ แตก 4 รัก โลภ โกรธ เลว (๒๕๔๓) ซึ่งเขาสามารถคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากการประกวดภาพยนตร์ รางวัลชมรมวิจารณ์มาครองได้
ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ศรราม เทพพิทักษ์ มีผลงานการแสดงภาพยนตร์ร่วมกันกับพ่อของเขาออกมาถึง ๒ เรื่อง คือ รักสยามเท่าฟ้า และ หนุมานคลุกฝุ่น ปัจจุบัน ทั้งคู่ยังมีผลงานในวงการบันเทิงออกมาให้เห็นอยู่เสมอ นับเป็นตำนานคู่นักแสดงพ่อลูกที่มีบทบาทโดดเด่นและได้รับการยอมรับในฝีมือจากทั้งผู้คนในวงการ และแฟน ๆ ที่คอยติดตามผลงานอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย