Share       
 
ภาพยนตร์สนทนา “เปิดตำนาน จำเริญ-จิมมี่ ศึกกำปั้นในความทรงจำ”
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ขอเชิญแฟนกีฬามวยและผู้สนใจด้านประวัติศาสตร์ มาร่วมชมมรดกภาพยนตร์ของชาติ บันทึกภาพเหตุการณ์และ
บรรยากาศก่อนการแข่งขันชกมวยสากลชิงแชมเปี้ยนโลกครั้งแรกของนักมวยชาวไทย ระหว่าง จำเริญ ทรงกิตรัตน์  กับ จิมมี่ คารัทเธอร์ แชมเปี้ยนโลกมวยสากลรุ่นแบนตัมเวธของสมาคมมวยนานาชาติ (สมาคมมวยโลกปัจจุบัน) ชาวออสเตรเลีย เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๔๙๗ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ความทรงจำกับ สมชาย กรุสวนสมบัติ เจ้าของนามปากกา “ซูม” และ “จ่าแฉ่ง” แห่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านหมัดมวย สร้อย มั่งมี หรือ "สอดสร้อย สาวสังเวียน" จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด และ ทัศนะเทพ รัตนจันทา หรือ “บิ๊กเหนาะ” จากนิตยสารมวยตู้ เจ้าของตำแหน่งแฟนพันธุ์แท้มวยโลก ในกิจกรรมภาพยนตร์สนทนา “เปิดตำนานจำเริญ-จิมมี่ ศึกกำปั้นในความทรงจำ” วันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ๐๒-๔๘๒-๒๐๑๓-๑๔ ต่อ ๑๑๑
 
กำหนดการ
 
๑๕.๐๐ น.
 ลงทะเบียน
๑๕.๓๐ น.
 วิทยากรบอกเล่าเรื่องราวของจำเริญ ทรงกิตรัตน์
๑๖.๐๐ น.
 
 
 ฉายมรดกภาพยนตร์ของชาติเรื่อง [จำเริญ-จิมมี่] บันทึกภาพเหตุการณ์และบรรยากาศก่อนการแข่งขัน
 ชกมวยสากลชิงแชมเปี้ยนโลกครั้งแรกของนักมวยชาวไทย  ระหว่าง จำเริญ ทรงกิตรัตน์  กับ
 จิมมี่ คารัทเธอร์
๑๖.๓๐ น.
 วิทยากรสนทนาถึงการแข่งขันชกมวยระหว่างจำเริญ ทรงกิตรัตน์ และจิมมี คารัทเธอร์
๑๗.๓๐ น.
 
 ฉายภาพยนตร์บันทึกการแข่งขันชกมวยชิงแชมเปี้ยนโลกครั้งที่ ๓ ของจำเริญ ทรงกิตรัตน์  ขึ้นชกกับ
 ราอูล มาเซียส  นักชกชาวเม็กซิกัน ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
๑๘.๐๐ น.
 จบงาน
 
หมายเหตุ -  ก่อนเริ่มกิจกรรมจะมีการฉายภาพยนตร์คลาสสิกของโลกว่าด้วยชีวิตนักมวย เรื่อง “Raging Bull” นำแสดงโดยโรเบิร์ต เดอ นีโร
นักแสดงรางวัลออสการ์ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมและร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ได้ที่ ๐๒ ๔๘๒ ๒๐๑๓-๑๔ ต่อ ๑๑๑
 
ข้อมูลมรดกภาพยนตร์ของชาติเรื่อง [จำเริญ-จิมมี่]
พ.ศ. ๒๔๙๗
ความยาว ๒๖ นาที 
ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เงียบ
 
ภาพยนตร์ซึ่งหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา  เป็นภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์สำคัญระดับชาติและเป็นประวัติการณ์ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การกีฬาของชาติ โดยเฉพาะวงการมวยสากลอาชีพของไทย เพราะเป็นการบันทึกเหตุการณ์เมื่อครั้งที่นักมวยไทยคนแรกได้ขึ้นชกชิงตำแหน่งแชมเปี้ยนโลก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ นั่นคือการชกระหว่าง จำเริญ ทรงกิติรัตน์ นักมวยไทย ในฐานะผู้ท้าชิง กับ  จิมมี่ คารัทเธอร์ แชมเปี้ยนโลก มวยสากลรุ่นแบนตัมเวธของสมาคมมวยนานาชาติ (สมาคมมวยโลกปัจจุบัน) ชาวออสเตรเลีย กำหนดชกกันในกรุงเทพ วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๔๙๗ ณ เวทีมวยชั่วคราวกลางแจ้ง ในสนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ
 
เหตุการณ์ครั้งนั้น นับว่าเป็นความทรงจำครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของคนไทยทั้งประเทศ เพราะเป็นอีกครั้งในน้อยครั้งที่คนไทยจะแสดงความสามารถระดับโลก โดยเฉพาะด้านกีฬา ซึ่งกีฬามวยถือว่าเป็นกีฬายอดนิยมอย่างหนึ่งของคนไทย และมีความหวังว่ามวยนี่แหละเราจะสู้เขาได้ เพราะมีแบ่งรุ่นแบ่งน้ำหนัก  ก่อนหน้านี้ ในระยะก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เราเคยมี พระองค์เจ้าพีระพงษ์ภาณุเดช ทรงเป็นแชมเปี้ยนการแข่งรถประลองความเร็วระดับโลกในยุโรป แต่ดูเหมือนสนามแข่งและการแข่งขันจะอยู่ห่างไกลจากความคุ้นเคยของคนไทย ไม่รู้สึกเร้าใจเท่ากีฬามวย จำเริญ ทรงกิติรัตน์ จึงกลายเป็นขวัญใจชาวไทยและเป็นความหวังทางจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ
 
ข้อน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ จำเริญ หรือชื่อจริง สำเริง ศรีมาดี เป็นชาวนครพนม เรียนจบพลศึกษา เป็นนักมวยไทยอาชีพก่อนจะเปลี่ยนมาชกมวยสากล และเป็นตำรวจ จึงได้รับการสนับสนุนจากกรมตำรวจ โดยเฉพาะในยุคของ พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ 
 
จำเริญจึงไม่เป็นเพียงขวัญใจและความหวังของชาวไทยในยุคหลังเชื่อผู้นำชาติพ้นภัย ซึ่งร่องรอยของกระแสชาตินิยมยังมีอยู่ในขณะที่ท่านผู้นำก็กลับมา แต่จำเริญเป็นขวัญใจและความหวังของตำรวจไทยด้วย
 
ภาพยนตร์นี้ ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างผู้ถ่าย หอภาพยนตร์แห่งชาติ ได้รับบริจาคมาจากนางพิสมัย เล็กประเสริฐ แห่งพิสมัยฟิล์ม ท่าตะโก นครสวรรค์ ซึ่งเป็นบริการภาพยนตร์หรือสายหนังรายใหญ่ของจังหวัด และหยุดกิจการในระยะที่เริ่มมีการจัดตั้งหอภาพยนตร์ คุณพิสมัยและครอบครัวจึงบริจาคฟิล์มภาพยนตร์ต่าง ๆ ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับการจัดจำหน่ายและจัดฉายภาพยนตร์แก่หอภาพยนตร์แห่งชาติ  ภาพยนตร์นี้รวมอยู่ในบรรดาภาพยนตร์และของต่าง ๆ ที่ได้รับมอบมา  ซึ่งแสดงว่าในสมัยนั้น โรงภาพยนตร์ยังต้องฉายภาพยนตร์ข่าว สารคดี เป็นปกติด้วย
         
ภาพยนตร์นี้ คงจะเป็นภาพยนตร์ข่าวหรือเบื้องหลังข่าว บันทึกเหตุการณ์และการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลกครั้งประวัติศาสตร์ดังกล่าว เริ่มต้นด้วยการแห่โดยขบวนรถยนต์ นำนักมวยทั้งสองไปตามถนนราชดำเนินกลางและนอก มีประชาชนมาต้อนรับหนาแน่นสองฝั่งถนน เห็นจำเริญและจิมมี่นั่งคู่กันบนท้ายรถเก๋งเปิดประทุน ซึ่งในรถเห็นอาจารย์เจือ จักษุรักษ์ นั่งไปด้วย ขบวนแห่ไปที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี เข้าพบนายกรัฐมนตรี  ตอนค่ำมีงานเลี้ยงรับรอง นายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม และท่านผู้หญิงละเอียด เพื่อเป็นเกียรติและให้ขวัญกำลังใจแก่จำเริญ เห็นพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ ต่อไปเป็นภาพการซ้อมของจิมมี่ ที่ค่ายซ้อมฉวีวงษ์ และบาร์ โบส เห็นจิมมี่ซ้อมออกกำลังกาย เต้นชกลม และซ้อมลงนวมกับคู่ซ้อมเป็นนักมวยไทย มีประชาชนมาชมจำนวนมาก  จากนั้นภาพยนตร์ให้เห็นการซ้อมของจำเริญ มีการออกกำลัง เต้นชกลม ชกแป้น กระโดดเชือก และซ้อมลงนวมกับคู่ซ้อมซึ่งเป็นนักมวยฝรั่ง  แล้วให้เห็นการพักผ่อนของจำเริญ เล่นลูกหินกับพวกเด็กชาย ต่อจากนั้นภาพยนตร์แสดงการประชุมคณะกรรมการแข่งขัน เห็นมิสเตอร์แนต แฟลชเชอร์ บรรณาธิการนิตยสารเดอะริง  แล้วต่อด้วยการชั่งน้ำหนักของนักมวยทั้งสอง สุดท้ายเป็นเหตุการณ์วันชก ๒ พฤษภาคม ๒๔๙๗ ภาพยนตร์ถ่ายให้เห็นท้องฟ้ามืดทมึนด้วยเมฆฝน สภาพในสนามศุภชลาศัยก่อนแข่งขัน ใกล้ค่ำ ที่แข่งขัน ซึ่งตั้งเวทีไว้กลางแจ้งกลางสนาม ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ชมแน่นสนาม เห็นห้องพักนักมวย นักมวยที่จะขึ้นชกในรายการนี้กำลังเตรียมตัว ผูกผ้าพันมือ นวดตัว ภายนอกสนามก็มีผู้คนเข้ามาเพื่อชมการแข่งขันเรื่อย ๆ  สุดท้ายเป็นบันทึกการแข่งขัน เริ่มจากการชกของคู่มวยไทยคู่หนึ่ง มีฝนตกหนัก ผู้ชมเปียกปอน บ้างเอาผ้าพลาสติคคลุมร่าง น่าเสียดายที่เหตุการณ์ยังไม่ทันถึงการชกของคู่สำคัญ ภาพยนตร์จบหรือขาดห้วนอยู่เพียงเท่านี้
         
แม้จะไม่มีเหตุการณ์สำคัญคือการชกของจำเริญและจิมมี่ แต่ภาพยนตร์ที่เหลืออยู่เท่านี้ ซึ่งยาวประมาณ ๒๖ นาที มีคุณค่าเป็นบันทึกวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย สามารถย้อนให้เราเห็นอารมณ์ความรู้สึกของคนไทยเมื่อ ๖๐ ปีที่แล้ว และเป็นอนุสรณ์ของ จำเริญ ทรงกิตรัตน์ ขวัญใจชาวไทยและตำรวจไทย ซึ่งเขามีโอกาสทำความฝันและความหวังของคนไทยที่จะได้ชื่อว่าคนไทยก็เก่งที่สุดในโลกถึงสามครั้งติด ๆ กัน นั่นคือ การชกชิงแชมป์โลกกับจิมมี่ ครั้งนี้จำเริญแพ้คะแนน หลังจากชกกันกลางสายฝนไปได้ ๑๒ ยก ตามกำหนด ๑๕ ยก แต่เพราะในยก ๑๒ ดวงไฟนีออนเหนือเวทีถูกลมฝนพัดหล่นลงแตกบนพื้นเวที บาดเท้านักมวยซึ่งต้องถอดรองเท้าชก ทำให้คณะกรรมการต้องยุติการชกและนับคะแนน ต่อมาจิมมี่สละตำแหน่งและแขวนนวม จำเริญถูกเลือกให้ชกชิงแชมป์ที่ว่ากับ โรแบร์ โคฮัง นักมวยฝรั่งเศส ซึ่งเดินทางมาชกกันที่กรุงเทพ เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๔๙๗ โดยมีการแห่แหนและจัดการแข่งขันยิ่งใหญ่ไม่แพ้ครั้งแรก และปรากฏว่าจำเริญแพ้คะแนนอีก ไม่กี่เดือนต่อมา โคฮัง ถูกปลดจากแชมป์เพราะหลีกเลี่ยงไม่ยอมป้องกันตำแหน่งกับราอูล มาเชียส นักมวยเม็กซิกัน สมาคมมวยนานาชาติจึงให้จำเริญ ชิงแชมป์ที่ว่างกับมาเชียส โดยเดินทางไปชกกันที่สหรัฐอเมริกา เมื่อ  ๙ มีนาคม ๒๔๙๘ ปรากฏว่าจำเริญแพ้น้อคยกที่ ๑๑ ปิดตำนานความหวังและความฝันของคนไทยในสมัยนั้น
 
กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 32946 ออนไลน์ 9