Share       
 
กิจกรรมภาพยนตร์สนทนา “แจ๊สสยาม บนเส้นทางสายภาพยนตร์”
เมื่อประมาณสามสิบกว่าปีก่อน แฟนหนังไทยย่อมไม่มีใครที่ไม่รู้จักคุ้นเคยกับชื่อ “แจ๊สสยาม”  นามแฝงของ กฤษฏ์ บุณประพฤทธิ์
หนึ่งในผู้กำกับระดับยอดฝีมือของค่ายหนังไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด  ผู้ได้เคยรังสรรค์ผลงานภาพยนตร์และปลุกปั้นดาราคนสำคัญขึ้นมาประดับวงการอย่างมากมาย แม้จะว่างเว้นจากการกำกับภาพยนตร์ไปยาวนาน แต่ผลงานภาพยนตร์เรื่องสำคัญของแจ๊สสยามก็ยังคงได้รับการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะ คนทรงเจ้า  (๒๕๓๒) และ ...คือฉัน  (๒๕๓๓) หนังไทยที่ถือว่าท้าทายและสร้างสรรค์อย่างยิ่งในช่วงต้นทศวรรษที่ ๒๕๓๐ รวมทั้งได้รับการบรรจุอยู่ในรายชื่อ ๑๐๐ หนังไทยที่คนไทยควรดูของหอภาพยนตร์ และคนทรงเจ้า เป็นภาพยนตร์ที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติปีล่าสุด อีกด้วย
 
ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จะจัดฉายผลงานของแจ๊สสยามตลอดทั้งเดือน โดยในวันเสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ จะเป็นกิจกรรมภาพยนตร์สนทนา “แจ๊สสยาม บนเส้นทางสายภาพยนตร์” ซึ่งแจ๊สสยามจะมาบอกเล่าประสบการณ์อันยาวนานในวงการภาพยนตร์ เปิดงานด้วยการฉายมรดกภาพยนตร์ของชาติเรื่อง คนทรงเจ้า ในรูปแบบฟิล์ม ๓๕ มม. ในเวลา ๑๓.๐๐ น. 
 
ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ๐๒ ๔๘๒ ๒๐๑๓-๑๔ ต่อ  ๑๑๑
 
ประวัติแจ๊สสยาม

แจ๊สสยาม  มีชื่อจริงว่า กฤษฏ์ บุณประพฤทธิ์ (ชื่อเดิม ปรีชา เจริญสุข)  เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ เส้นทางสายภาพยนตร์ของเขาเริ่มต้นขึ้นในแวดวงการออกแบบ  จากการฝึกงานกับ นิพนธ์ โลหิตเสถียร นักออกแบบโฆษณาภาพยนตร์ทางหน้าหนังสือพิมพ์ชื่อดังในยุคนั้น  ก่อนจะมารับหน้าที่ดังกล่าวเองโดยใช้นามแฝงว่า “แจ๊สสยาม”  จากนั้น เขาได้ขยับขยายไปสู่กิจการทำไตเติลหนัง จนถึงขั้นได้ครองตลาดการทำไตเติลหนังไทยเกือบทั้งหมด มีผลงานการออกแบบไตเติลภาพยนตร์ที่เด่น ๆ ได้แก่ มนต์รักลูกทุ่ง  (๒๕๑๓)  ฝนเหนือ (๒๕๑๓) เป็นต้น
 
หลังจากคลุกคลีอยู่ในแวดวงการออกแบบอยู่จนโชกโชน และได้รู้จักคุ้นเคยกับผู้กำกับภาพยนตร์ไทยมากมาย ปี ๒๕๑๙  แจ๊สสยามก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ด้วยตนเอง เริ่มต้นด้วยเรื่อง สี่อันตราย แม้จะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้มากนัก แต่ผลจากความทุ่มเทอย่างเต็มที่ในหนังเรื่องแรก ส่งผลให้ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในบรรดาผู้สร้างหนังไทย จนสุดท้าย จึงได้รับการทาบทามจาก เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร ให้เข้ามาสังกัดอยู่ในค่ายใหญ่อย่างบริษัท ไฟว์สตาร์ ในเวลาต่อมา
 
ท่ามกลางผู้กำกับชื่อดังหลายต่อหลายคนที่ค่อย ๆ ทยอยเข้ามารวมตัวกันอยู่ที่นี่   แจ๊สสยามนับเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของค่าย  ด้วยผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย เช่น ดอกโสนบานเช้า (๒๕๒๑) อารีดัง (๒๕๒๒) รักพยาบาท (๒๕๒๓) สายสวาทยังไม่สิ้น (๒๕๒๔) กตัญญูประกาศิต (๒๕๒๕) กัลปังหา(๒๕๒๖) สองพี่น้อง (๒๕๒๗) แรงหึง (๒๕๒๗) คนทรงเจ้า(๒๕๓๒) คือฉัน (๒๕๓๓)ฯลฯ  นอกจากนี้เขายังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนนักแสดงหน้าใหม่หลายคน ให้ก้าวขึ้นมาเป็นดารายอดนิยมในเวลาต่อมา อาทิ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, สินจัย เปล่งพานิช, จินตหรา สุขพัฒน์ เป็นต้น
 
ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขาคือ  ขอเก็บหัวใจเธอไว้คนเดียว (๒๕๓๘)  กว่า ๒๐ ปีที่ห่างหายไปจากวงการ  แทบไม่มีใครเคยได้ข่าวคราวด้านภาพยนตร์จากเขาอีกเลย จนเมื่อ  คนทรงเจ้า ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี ๒๕๕๗  ที่ผ่านมา  แจ๊สสยามได้เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีประกาศครั้งนั้นด้วย  พร้อมบอกข่าวที่น่าสนใจให้ได้รับรู้ว่า  เขากำลังมีโครงการกลับมากำกับภาพยนตร์อีกครั้ง หลังจากห่างหายไปถึง ๒ ทศวรรษ
 
 
กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 32979 ออนไลน์ 21