หนึ่งในผู้กำกับระดับยอดฝีมือของค่ายหนังไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด ผู้ได้เคยรังสรรค์ผลงานภาพยนตร์และปลุกปั้นดาราคนสำคัญขึ้นมาประดับวงการอย่างมากมาย แม้จะว่างเว้นจากการกำกับภาพยนตร์ไปยาวนาน แต่ผลงานภาพยนตร์เรื่องสำคัญของแจ๊สสยามก็ยังคงได้รับการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะ คนทรงเจ้า (๒๕๓๒) และ ...คือฉัน (๒๕๓๓) หนังไทยที่ถือว่าท้าทายและสร้างสรรค์อย่างยิ่งในช่วงต้นทศวรรษที่ ๒๕๓๐ รวมทั้งได้รับการบรรจุอยู่ในรายชื่อ ๑๐๐ หนังไทยที่คนไทยควรดูของหอภาพยนตร์ และคนทรงเจ้า เป็นภาพยนตร์ที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติปีล่าสุด อีกด้วย
ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จะจัดฉายผลงานของแจ๊สสยามตลอดทั้งเดือน โดยในวันเสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ จะเป็นกิจกรรมภาพยนตร์สนทนา “แจ๊สสยาม บนเส้นทางสายภาพยนตร์” ซึ่งแจ๊สสยามจะมาบอกเล่าประสบการณ์อันยาวนานในวงการภาพยนตร์ เปิดงานด้วยการฉายมรดกภาพยนตร์ของชาติเรื่อง คนทรงเจ้า ในรูปแบบฟิล์ม ๓๕ มม. ในเวลา ๑๓.๐๐ น.
ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ๐๒ ๔๘๒ ๒๐๑๓-๑๔ ต่อ ๑๑๑
ประวัติแจ๊สสยาม
แจ๊สสยาม มีชื่อจริงว่า กฤษฏ์ บุณประพฤทธิ์ (ชื่อเดิม ปรีชา เจริญสุข) เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ เส้นทางสายภาพยนตร์ของเขาเริ่มต้นขึ้นในแวดวงการออกแบบ จากการฝึกงานกับ นิพนธ์ โลหิตเสถียร นักออกแบบโฆษณาภาพยนตร์ทางหน้าหนังสือพิมพ์ชื่อดังในยุคนั้น ก่อนจะมารับหน้าที่ดังกล่าวเองโดยใช้นามแฝงว่า “แจ๊สสยาม” จากนั้น เขาได้ขยับขยายไปสู่กิจการทำไตเติลหนัง จนถึงขั้นได้ครองตลาดการทำไตเติลหนังไทยเกือบทั้งหมด มีผลงานการออกแบบไตเติลภาพยนตร์ที่เด่น ๆ ได้แก่ มนต์รักลูกทุ่ง (๒๕๑๓) ฝนเหนือ (๒๕๑๓) เป็นต้น
หลังจากคลุกคลีอยู่ในแวดวงการออกแบบอยู่จนโชกโชน และได้รู้จักคุ้นเคยกับผู้กำกับภาพยนตร์ไทยมากมาย ปี ๒๕๑๙ แจ๊สสยามก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ด้วยตนเอง เริ่มต้นด้วยเรื่อง สี่อันตราย แม้จะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้มากนัก แต่ผลจากความทุ่มเทอย่างเต็มที่ในหนังเรื่องแรก ส่งผลให้ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในบรรดาผู้สร้างหนังไทย จนสุดท้าย จึงได้รับการทาบทามจาก เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร ให้เข้ามาสังกัดอยู่ในค่ายใหญ่อย่างบริษัท ไฟว์สตาร์ ในเวลาต่อมา
ท่ามกลางผู้กำกับชื่อดังหลายต่อหลายคนที่ค่อย ๆ ทยอยเข้ามารวมตัวกันอยู่ที่นี่ แจ๊สสยามนับเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของค่าย ด้วยผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย เช่น ดอกโสนบานเช้า (๒๕๒๑) อารีดัง (๒๕๒๒) รักพยาบาท (๒๕๒๓) สายสวาทยังไม่สิ้น (๒๕๒๔) กตัญญูประกาศิต (๒๕๒๕) กัลปังหา(๒๕๒๖) สองพี่น้อง (๒๕๒๗) แรงหึง (๒๕๒๗) คนทรงเจ้า(๒๕๓๒) คือฉัน (๒๕๓๓)ฯลฯ นอกจากนี้เขายังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนนักแสดงหน้าใหม่หลายคน ให้ก้าวขึ้นมาเป็นดารายอดนิยมในเวลาต่อมา อาทิ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, สินจัย เปล่งพานิช, จินตหรา สุขพัฒน์ เป็นต้น
ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขาคือ ขอเก็บหัวใจเธอไว้คนเดียว (๒๕๓๘) กว่า ๒๐ ปีที่ห่างหายไปจากวงการ แทบไม่มีใครเคยได้ข่าวคราวด้านภาพยนตร์จากเขาอีกเลย จนเมื่อ คนทรงเจ้า ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา แจ๊สสยามได้เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีประกาศครั้งนั้นด้วย พร้อมบอกข่าวที่น่าสนใจให้ได้รับรู้ว่า เขากำลังมีโครงการกลับมากำกับภาพยนตร์อีกครั้ง หลังจากห่างหายไปถึง ๒ ทศวรรษ