Share       
 
Wim Wenders : A Retrospective
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ร่วมกับสถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย จัดงาน Wim Wenders : A Retrospective
 
จัดฉายผลงานภาพยนตร์ของผู้กำกับชื่อดังระดับโลก Wim Wenders จำนวน ๙ เรื่อง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างไร โดยไฮไลท์สำคัญในการจัดงานครั้งนี้
อยู่ที่การจัดฉายภาพยนตร์เรื่องดัง Wings of Desire ในรูปแบบกลางแปลง ณ บริเวณอาคารบันเทิง สวนลุมพินี และการจัดฉายภาพยนตร์สารคดีที่เล่าเรื่อง
การเต้นรำ เรื่อง Pina และ Every Thing will be Fine (๒๕๕๘)  ในรูปแบบ ๓ มิติ ซึ่งเป็นการฉายภาพยนตร์ ๓ มิติ ครั้งแรกของหอภาพยนตร์ฯ โดยภาพยนตร์
ที่เลือกฉายในครั้งนี้ จะทำให้เห็นเส้นทางการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ของ Wim Wenders ตั้งแต่ในวัยหนุ่ม ก่อนที่จะก้าวมาเป็นผู้กำกับคนสำคัญของโลก
และมีอิทธิพลต่อผู้กำกับรุ่นใหม่จำนวนมาก
 
กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ศกนี้  ณ บริเวณอาคารบันเทิง สวนลุมพินี (จัดฉายแบบกลางแปลง) และวันที่ ๒๗-๒๘ กุมภาพันธ์ ๕ มีนาคมศกนี้
ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ พุทธมณฑลสาย ๕ สำหรับรอบที่หอภาพยนตร์ เนื่องจากมีที่นั่งจำกัด ๑๒๐ ที่ หอภาพยนตร์จึงเปิดระบบจองที่นั่ง
ให้รอบละ ๖๐ ที่เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ ๑-๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ และจะมีอีก ๖๐ ที่ สำหรับผู้ที่จะลงทะเบียนหน้างาน ในวันฉาย
สำรองที่นั่ง คลิก (http://bit.ly/wim-retro)
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร ๐๒-๔๘๒-๒๐๑๓ – ๑๔ ต่อ ๑๑๑
 
โปรแกรมการจัดฉายภพยนตร์
 
- บริเวณอาคารบันเทิง สวนลุมพินี 
วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
๑๘.๐๐ น.  ฉายภาพยนตร์เรื่อง Wings of Desire แบบกลางแปลง
 
- โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ฯ ถ.พุทธมณฑลสาย ๕
วันเสาร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
๑๓.๐๐ น. The Goalie"s Anxiety at  the Penalty Kick (Die Angst des Tormanns beim Elfmeter, 2514)*
๑๕.๐๐ น. Alice in the Cities (Alice in den Stadten, 2516)*
๑๗.๐๐ น. Kings of the Road (Im Lauf der Zeit, 2518)*
 
วันอาทิตย์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
๑๓.๐๐ น. The American Friend (Der amerikanicshe Freund, 2520)*
๑๕.๑๕ น. Paris, Texas (2527)**
๑๘.๐๐ น. Faraway, So Close! (In weiter Ferne, so nah!, 2536)**
 
วันเสาร์ที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๙
๑๓.๐๐ น. Pina (2554)*  ฉายด้วยระบบ 3 มิติ
๑๕.๐๐ น. Every Thing will be Fine (2558) *** ฉายด้วยระบบ ๓ มิติ
*  ภาษาเยอรมัน บรรยายภาษาอังกฤษ
** ภาษาอังกฤษ บรรยายไทย
*** ภาษาอังกฤษ ไม่มีคำบรรยาย
 
ประวัติ Wim Wenders
Wim Wenders (เกิดปี ๒๔๘๘) ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะเป็นหนึ่งในผู้กำกับผู้บุกเบิกแนวภาพยนตร์เยอรมันใหม่ (New German Cinema)
ในคริสต์ทศวรรษที่ ๗๐ และถือเป็นผู้กำกับคนสำคัญของภาพยนตร์เยอรมันร่วมสมัย ผลงานการกำกับของเขาได้รับรางวัลมากมาย นอกจากเป็นผู้กำกับ
ภาพยนตร์แล้ว เขายังเป็นคนเขียนบท ผู้อำนวยการสร้าง ช่างภาพ นักเขียน และผู้สร้างภาพยนตร์สารคดี 
 
Wim Wenders ศึกษาด้านการแพทย์และปรัชญา ก่อนที่จะย้ายไปปารีสในปี ๒๕๐๙ เพื่อศึกษาด้านจิตรกรรม ถึงแม้ว่าเขาจะมีความฝันอยากจะเป็นศิลปินและ
ได้ทำงานร่วมกับกราฟิกดีไซเนอร์และนักแกะสลักชื่อดังของยุคอย่าง Johny Friedlaender ในช่วงบ่ายและค่ำ เขามักใช้เวลาอยู่ที่หอภาพยนตร์ฝรั่งเศส
(Cinématèque Francaise) การได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ที่นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญของการศึกษาของเขา และในไม่ช้า Wenders ก็ได้ค้นพบว่า
ภาพยนตร์เป็นงานจิตรกรรมแขนงหนึ่งที่ใช้เครื่องมืออื่นๆ
 
Wenders เริ่มเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ในปี ๒๕๑๐ ด้วยการสมัครเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยโทรทัศน์และภาพยนตร์แห่งมิวนิค (University of Television and
Film Munich) ที่เพิ่งก่อตั้ง ระหว่างศึกษาอยู่ ในช่วง ๒๕๑๐ – ๒๕๑๓ เขาได้ทำงานเป็นนักวิจารณ์คู่ขนานไปด้วย ในช่วงนี้ เขาสร้างภาพยนตร์สั้นหลายเรื่อง
และเมื่อจบการศึกษาเมื่อปี ๒๕๑๔ เขาได้ร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์และนักเขียนอีก ๑๕ คน ก่อตั้ง the Filmverlag der Autoren บริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์
เยอรมันแบบประพันธกร ซึ่งทำหน้าที่จัดการด้านงานสร้าง การดูและลิขสิทธิ์ และ การจัดจำหน่ายภาพยนตร์อิสระ
 
หลังจากที่ Wenders สร้างภาพยนตร์ยาวเรื่องแรก THE GOALIE’S ANXIETY AT THE PENALTY KICK (2514) สำเร็จ Wenders ก็เริ่มสร้างไตรภาค
ของภาพยนตร์แนว Road Movie อันได้แก่ ALICE IN THE CITIES (2516), WRONG MOVE (2517) และ KINGS OF THE ROAD (2518) ที่เล่าเรื่อง
ของตัวเอกซึ่งค้นพบความไร้รากของตัวเองในเยอรมนียุคหลังสงคราม Wenders สร้างชื่อในระดับนานาชาติครั้งแรกกับภาพยนตร์เรื่อง  THE AMERICAN
FRIEND (2520) หลังจากนั้น เขาก็เริ่มทำงานทั้งในยุโรป อเมริกา ละตินอเมริกา และเอเชีย และได้รับรางวัลมากมายนับไม่ถ้วนจากทั่วโลก  รวมไปถึงรางวัล
ปาล์มทองคำ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และ  BAFTA (ออสการ์ของอังกฤษ) จากภาพยนตร์เรื่อง PARIS, TEXAS (2527) และได้รับรางวัลผู้กำกับ
ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จาก WINGS OF DESIRE (2530) รางวัลสิงโตทองคำ จากเทศกาลภาพยนตร์เวนิซ จาก  THE STATE OF
THINGS (2525) และ รางวัลหมีเงินจากเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลินจาก THE MILLION DOLLAR HOTEL (2543)  ส่วนผลงานภาพยนตร์สารคดีของเขา
อย่าง  BUENA VISTA SOCIAL CLUB (2542), PINA (2554), and THE SALT OF THE EARTH (2557) ก็ล้วนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์
สารคดียอดเยี่ยมในเวทีออสการ์ ในปี ๒๕๕๘ เทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลินได้มอบรางวัลหมีทองคำเกียรติยศสำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพ 
โดยผลงานเรื่องล่าสุดของเขา EVERY THING WILL BE FINE ก็ได้ถูกจัดฉายในเทศกาลในโปรแกรมพิเศษอีกด้วย
 
กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 32983 ออนไลน์ 22