Share       
 
ลานดารา ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา อรสา พรหมประทาน ดวงใจ หทัยกาญจน์

วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2560 ณ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) 

          หลังจากที่ มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช และ ทาริกา ธิดาทิตย์ สองนักแสดงอาวุโสได้มาประทับรอยมือรอยเท้าร่วมกัน เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา  ในเดือนพฤษภาคมนี้ ลานดาราจะได้มีโอกาสต้อนรับการมาเยือนของนักแสดงรุ่นราวคราวเดียวกันอีก 3 ท่าน ซึ่งมีความใกล้ชิดสนิทสนมเป็นกลุ่มเดียวกันกับทั้งคู่มาอย่างยาวนาน นั่นคือ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา  อรสา พรหมประทาน และดวงใจ หทัยกาญจน์  

          โดยทั้งสามจะมาร่วมเป็นเกียรติประทับรอยมือรอยเท้า เพื่อเป็นอมตนุสรณ์ ณ ลานดารา  ในวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2560 หอภาพยนตร์ ขอเชิญแฟนหนังไทยทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อม พร้อมร่วมรับฟังประสบการณ์การทำงานในวงการภาพยนตร์ของทั้งสามท่านอย่างใกล้ชิด เปิดงานด้วยการฉายภาพยนตร์เรื่อง ป่ากามเทพ  (2519) ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02 482 2013-14
 
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา
          ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา  เกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2494 ที่จังหวัดสระบุรี ในครอบครัวที่มีพี่น้องทั้งหมด 8 คน เมื่อถึงวัยสาว ชุติมา สุวรรณรัตน์ ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ไทยในนาม “ปริทรรศน์ฟิล์ม”  ซึ่งเป็นสามีของ ชุดา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา พี่สาวของเธอ ได้เห็นแววในการเป็นนักแสดงของทัศน์วรรณ และชักชวนให้เธอเข้าสู่วงการภาพยนตร์
          ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทัศน์วรรณร่วมแสดงคือ แม่อายสะอื้น ออกฉายใน พ.ศ. 2515 โดยเธอได้รับบทที่เรียกน้ำตาผู้ชมและโดดเด่นไม่แพ้นางเอก  ประกอบกับฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยม ส่งผลให้ดาวรุ่งดวงใหม่ผู้นี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ ภาพยนตร์
          หลังจากแจ้งเกิดในวงการได้อย่างรวดเร็ว ทัศน์วรรณก็ได้แสดงภาพยนตร์ภายใต้การกำกับของ ชุติมา วรรณรัต อีกหลายเรื่อง เช่น ทับนางรอ (2516)  นี่หรือชีวิต (2516)  วังน้ำค้าง (2517)  วิมานดารา (2517) สตรีที่โลกลืม (2518) เป็นต้น และได้รับฉายาว่าเป็น “นางเอกเจ้าน้ำตา” จากบทบาทชีวิตรันทดที่มักได้รับอยู่เป็นประจำ ต่อมาเธอจึงได้มีโอกาสร่วมงานกับผู้กำกับคนอื่น ๆ คนแรกคือ เปี๊ยก โปสเตอร์ ในภาพยนตร์เรื่อง ประสาท สร้างโดย เริงศิริ ลิมอักษร ออกฉายปลายปี พ.ศ. 2518 โดยเธอได้พลิกบทบาทมารับบทเป็นผู้หญิงหากินกลางคืน และประสบความสำเร็จจนสามารถคว้ารางวัลพระราชทานพระสุรัสวดีสาขานักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยมมาครองได้เป็นเกียรติประวัติในการเป็นนักแสดงภาพยนตร์
          นับจากนั้น ทัศน์วรรณก็ได้ร่วมงานกับผู้กำกับคนสำคัญอีกหลายคน เช่น วิจิตร คุณาวุฒิ, เชิด ทรงศรี,ชนะ คราประยูร เป็นต้น และมีผลงานออกมาอย่างมากมายจนถึงช่วงต้นทศวรรษ 2520  อาทิ ทางโค้ง (2518) ป่ากามเทพ (2519) พ่อไก่แจ้ (2519) อีสาวอันตราย (2519) รถไฟ เรือเมล์ ยี่เก ตำรวจ (2520) เพื่อนรัก (2520) 15 หยกๆ 16 ไม่หย่อน (2521) เจ้าสาวคืนเดียว (2521) ถล่มจอมอิทธิพล (2522) ฯลฯ แต่หลังจากนั้นเธอก็เริ่มเข้าสู่วงการละครโทรทัศน์ ทำให้มีผลงานภาพยนตร์น้อยลง โดยภาพยนตร์ล่าสุดที่เธอร่วมแสดงคือ เปนชู้กับผี (2548) 
          ปัจจุบัน ทัศน์วรรณยังคงมีผลงานการทางโทรทัศน์ปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังรับหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนการแสดงด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน
 
อรสา พรหมประทาน
          อรสา พรหมประทาน เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 ที่จังหวัดพิษณุโลก ต่อมา เมื่อพ่อแม่เสียชีวิตขณะที่เธอเพิ่งย่างเข้าสู่วัยรุ่น เธอจึงต้องย้ายเข้ามายังกรุงเทพฯ โดยมาอาศัยอยู่กับอาซึ่งเป็นเจ้าของร้าน “ลัดดา” ร้านเสริมสวยที่เป็นแหล่งพบปะของบรรดาผู้สร้างภาพยนตร์หลายคน รวมทั้งเป็นมีดาราชื่อดังมาใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง อาทิ เพชรา เชาวราษฎร์, ชูศรี มีสมมนต์,ปรียา รุ่งเรือง ฯลฯ
          ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สะสวยของสาวน้อยอรสา ทำให้ เพชรา เชาวราษฎร์ นางเอกอันดับหนึ่งของเมืองไทยในเวลานั้น ได้แนะนำให้อาของเธอส่งเธอเข้าประกวดนางสาวไทย ในการประกวดประจำปี พ.ศ. 2512 โดยเธอได้ผ่านการคัดเลือกจนเข้าถึงรอบ 10 คนสุดท้าย ปีถัดมา พ.ศ. 2513 เธอได้เข้าร่วมประกวดมิส เอ.ซี. ในงานเอ.ซี.บอลล์ ของโรงเรียนอัสสัมชัญ และสามารถคว้ามงกุฎมาครองได้
          จากเส้นทางสายนางงาม อรสาก็ได้เข้าสู่วงการภาพยนตร์ เมื่อ สนั่น นาคสู่สุข หรือ “เซียนเป๋” ผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังในยุคนั้น ได้ชักชวนให้เธอมาแสดงภาพยนตร์เรื่อง 7 ดอกจิก โดยบทเป็นหนึ่งในนางเอก 7 คนที่ประกบกับเจ็ดพระเอก นำโดย กรุง ศรีวิไล และ ไพโรจน์ ใจสิงห์ แต่กว่าที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้เข้าฉายก็ล่วงไปปี พ.ศ. 2518 โดยระหว่างนี้ อรสาได้มีผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นออกมาก่อนแล้ว ได้แก่ 2 ชาติสมิง (2516) และ รัญจวนจิต (2516)
ผลงานภาพยนตร์เรื่องต่อ ๆ มาของอรสา คือ เผ็ด (2518) เศรษฐีรัก (2518) 5 แผ่นดินเพลิง (2518)จักรวาลยอดรัก (2519) แม่นาคบุกโตเกียว (2519) อย่าลืมฉัน (2520) ร้ายก็รัก (2522) บัวสีน้ำเงิน (2523) รักนี้บริสุทธิ์ (2524) ฯลฯ แต่หลังจากอยู่ในวงการภาพยนตร์ได้ไม่นาน อรสาก็ได้ไปแสดงละครโทรทัศน์ และมีผลงานโดดเด่นอยู่ทางจอแก้วมากกว่า เป็นส่วนหนึ่งให้เธอมีผลงานภาพยนตร์ออกมาไม่มากนัก โดยแธอเคยได้รับรางวัลเมขลาสาขานักแสดงสนับสนุนหญิงดีเด่น ใน พ.ศ. 2526 จากละครเรื่อง อีแตน  ปัจจุบัน อรสายังมีผลงานละครโทรทัศน์ออกมาอย่างสม่ำเสมอ นับเป็นนักแสดงอาวุโสคนสำคัญอีกคนหนึ่งของวงการบันเทิงไทย
 
ดวงใจ หทัยกาญจน์
          ดวงใจ หทัยกาญจน์ เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496 ที่กรุงเทพมหานคร โดยมีความใฝ่ฝันอยากเป็นครูหรือพยาบาลมาตั้งแต่เด็ก แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่ง ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.6 เธอได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านของ นงลักษณ์ โรจนพรรณ นักร้องและนักแสดงชื่อดังของช่อง 4 บางขุนพรหม ซึ่งเป็นเพื่อนของพี่สาว โดยนงลักษณ์ได้ถูกชะตาในหน้าตาที่อ่อนหวานของดวงใจ จึงได้ชักชวนเธอเข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยการแสดงภาพยนตร์โทรทัศน์ของช่อง 4 บางขุนพรหม เรื่อง ดาวดวงเดือน และ ยอดมวยไทย
          จากจอแก้ว ดวงใจได้ก้าวขึ้นมาสู่จอเงิน จากการสนับสนุนของ วิเชียร วีรโชติ ช่างถ่ายภาพยนตร์ และ อนุชา แสงผล ผู้สร้างภาพยนตร์ซึ่งได้ทาบทามให้เธอมาแสดงภาพยนตร์เรื่อง ทุ่งเศรษฐี โดยรับบทเป็นน้องสาวของนางเอก เพชรา เชาวราษฎร์  ออกฉายใน พ.ศ. 2514 นับจากนั้นเธอก็มีผลงานภาพยนตร์ออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก อาทิ ลานสาวกอด (2515) กุหลาบไฟ (2516) น้ำตานาง (2517) คู่หู (2518) 5 แผ่นดินเพลิง (2518)  ป่ากามเทพ (2519)  ขบวนการสามสลึง (2520) ทีเด็ดลูกเขย (2521) ชั่วฟ้าดินสลาย (2523) ศรีธนญชัย (2524) ผีเสื้อและดอกไม้ (2528) ผู้ชายชื่อต้น ผู้หญิงชื่อนุช (2528) เป็นต้น โดยมีรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในงานมหกรรมภาพยนตร์เอเชีย-แปซิฟิกที่ จากภาพยนตร์เรื่อง รักริษยา (2521) เป็นเครื่องการันตีฝีมือทางการแสดง

 เช่นเดียวกับเพื่อนนักแสดงในรุ่นเดียวกัน เมื่อวงการละครโทรทัศน์เริ่มเป็นที่นิยม ในช่วงต้นทศวรรษ 2520  ดวงใจก็ได้กลับไปมีผลงานทางจอแก้วอีกครั้ง ส่งผลให้งานภาพยนตร์เริ่มลดจำนวนลงตามลำดับ ปัจจุบัน เธอยังคงมีผลงานการแสดงละครโทรทัศน์ปรากฏออกมาให้เห็นอยู่เสมอ นับเป็นหนึ่งในนักแสดงที่มีประสบการณ์ยาวนานและได้รับการเคารพนับถืออย่างสูงในวงการบันเทิง

กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

SUBSCRIBE
TO THE MAILING LIST
ผู้เข้าชม 32730 ออนไลน์ 82