วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา
ไกรสร แสงอนันต์ จะเดินทางมาประทับรอยมือรอยเท้า เป็นดาวดวงที่ 180 บนลานดารา หอภาพยนตร์ พร้อมบอกเล่าประสบการณ์เมื่อครั้งทำงานในวงการภาพยนตร์ เปิดงานด้วยการฉายผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่อง สาวน้อย (2524) วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 482 2013-14
กำหนดการ
12.00 น. ลงทะเบียน
13.00 น. จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง สาวน้อย (2524)
15.00 น. พิธีประทับรอยมือรอยเท้าดาวดวงที่ ๑๘๐ บนลานดารา
16.00 น. ไกรสร แสงอนันต์ บอกเล่าประสบการณ์เมื่อครั้งทำงานในวงการภาพยนตร์ให้กับผู้สนใจได้รับฟัง
ประวัติไกรสร แสงอนันต์
ไกรสร แสงอนันต์ มีชื่อจริงว่า ไกรสร ลีละเมฆินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2500 ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนจะเดินทางเข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ ที่โรงเรียนสันติราษฎร์บำรุง จนกระทั่งจบระดับชั้น ม.ศ. 5
ไกรสรฉายแววให้เห็นถึงความสนใจในด้านการแสดงตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน เคยเข้าร่วมการแสดงละครของโรงเรียนอยู่หลายเรื่อง ต่อมา เมื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขายังได้สมัครเข้าชมรมศิลปะและการแสดงของมหาวิทยาลัย และได้รับการคัดเลือกให้แสดงในละครเวทีอิงประวัติศาสตร์เรื่อง “เจ้าหญิงแสนหวี” ซึ่งก่อนหน้านี้เคยสร้างชื่อเสียงให้แก่นักศึกษารุ่นพี่อย่าง จตุพล ภูอภิรมย์ และ วิฑูรณ์ กรุณา โดยไกรสรได้รับบทนำเป็นเจ้าชายเขมรัฐ บทเดียวกับที่เคยส่งให้จตุพลได้เป็นพระเอกจอเงินในเวลาต่อมา
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ไกรสรได้ย่างเท้าเข้าสู่โลกภาพยนตร์ เกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่ง เขาไปนั่งรอเพื่อนในร้านกาแฟโรงแรมนิวอัมรินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งพบปะยามค่ำของผู้คนในแวดวงบันเทิงขณะนั้น และรูปร่างหน้าตาอันคมคายของนักศึกษาหนุ่มก็ได้ไปสะดุดตา ชายน้อย รุจิโรจน์ ผู้อำนวยการสร้าง และ อนันต์ นนทชัย ผู้กำกับ ซึ่งกำลังมองหานักแสดงที่จะมารับบทพระเอกในภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่กำลังเตรียมสร้าง ทั้งคู่จึงทาบทามไกรสรให้มาแสดงภาพยนตร์เป็นเรื่องแรก
ภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อ รักนอกตำรา ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยเขาได้รับการตั้งชื่อในการแสดงจาก อนันต์ นนทชัย ว่า “ไกรสร แสงอนันต์” และได้ประกบคู่กับ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ซึ่งกำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในตอนนั้น นับจากนั้น ไกรสรก็มีผลงานภาพยนตร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น เทพธิดาดอย (2523) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ร่วมทุนสร้างกับไต้หวัน ดอกฟ้าและโดมผู้จองหอง (2524) สามเสือสุพรรณ (2524) สาวน้อย (2524) สร้อยฟ้าขายตัว (2524) สุดปรารถนา (2524) อีสาวทรหด (2525) ไอ้หม่าลูกแม่ (2527) เป็นต้น
หลังจากโด่งดังเป็นที่รู้จักในฐานะพระเอกแห่งวงการภาพยนตร์ไทย ราวปี พ.ศ. 2527 ไกรสรได้พบรักกับ พุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องลูกทุ่งสาวที่กำลังมีชื่อเสียง ในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักนักเพลง และตกลงครองรักร่วมกัน กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้เขาตัดสินใจออกจากวงการภาพยนตร์ในเวลาต่อมา เพื่อมาดูแลและเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้แก่คู่ชีวิตซึ่งเป็นราชินีลูกทุ่งผู้นี้เพียงอย่างเดียว ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2535